จำปาในขวดแก้ว


ความที่เคยเห็นตามงานออกร้านสินค้าชาววัง เขาทำ "จำปาดอง" ขาย ราคาสูงอยู่พอสมควร เช่น 4-5 ดอก ขวดละ 600 บาท ให้นึกได้ว่าเราก็เคยทำได้เองตั้งแต่ยังเด็ก จึงตั้งใจไว้ว่าจะเล่าถึงการถนอมจำปามานานแล้ว

.

นั่นคือ "เหตุ" มี

ส่วน "ปัจจัย" มาครบเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี้เอง

('ปัจจัย' ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสตางค์นะคะ อันนั้นไม่ค่อยครบ 555)






.

เชียงใหม่หน้าฝน ต้นไม้เขียวสะพรั่งฟูเฟื่อง อากาศสดเย็นๆ ชื่นใจ แดดอ่อน หมอกบาง ท้องฟ้ามีเมฆมาก คลื่นทะเลสูงหนึ่ง-ถึงสองเมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กไม่ควรออกจากฝั่ง เรือเล็กยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เรือเล็กจงอยู่บ้าน เรือเล็กรอดมาได้ก็บุญแล้ว เรือเล็กอย่าเยอะ 555

ไม่ใช่ค่ะ กลับมาเล่าต่อ


.

3-4 เดือนมานี้ จำปีสิรินธรออกดอกต่อเนื่อง ขนาดอวบเกินเรื่อง นอกจากเก็บไปบูชาพระทุกวันแล้ว จึงได้ฤกษ์ดี เปิดมือถือดูพยากรณ์อากาศ เตรียมถนอมจำปาไว้ใช้นานๆ ระหว่างรวมข้าวของเตรียมลงมือทำตามที่คุณยายเคยสอนไว้ ก็ฉุกคิดได้ ที่คุณยายเคยเล่า ว่าการถนอมจำปาในขวดแก้วนี้ คือพระราชชายา เจ้าดารารัศมีฯ ที่ทรงนำไปเผยแพร่ในราชสำนักสยาม คนสมัยก่อนมีเวลาและละเมียดละไม หากใครเลยจะรู้ว่า ระหว่างที่ทำงานหัตถกรรมหรือสร้างสรรค์สิ่งสวยงามเหล่านั้น ผู้ทำอาจจะเพียงใช้งานศิลปะและความวิจิตรบรรจง เป็น “เครื่องอยู่” ที่พระท่านว่า "เป็นที่เกาะของจิต" เพื่อให้จิตสามารถอยู่นิ่ง สงบ ดำรงสติและสมาธิ อดทนรอให้เหตุการณ์ร้ายๆ ไหลผ่านพ้นไปพร้อมกับเวลา เหมือนที่คนสมัยนี้กำลังพยายามอยู่ก็เป็นได้


......

การถนอมจำปานี้ วิธีทำโดยคร่าวๆ คือเมื่อเห็นฝนฟ้าทำท่าจะตก :

  • ให้หาภาชนะเตรียมรองน้ำฝน ซึ่งควรจะเป็นอ่างดินเผา อ่างเคลือบใบน้อย หรือภาชนะเคลือบอื่นๆ อย่างเช่นอินาเมล (ที่เห็นบ่อยๆ เช่น ปิ่นโตเคลือบสีเหลืองขอบเขียวๆ ตามวัด หรือสีขาวขอบน้ำเงิน) หรืออ่างเซรามิค ชามแก้ว ไปตั้งไว้กลางลานบ้านเพื่อรองน้ำฝน หรือถ้าบ้านไหนมีน้ำฝนเย็นๆ ในโอ่งมังกรอยู่แล้ว ก็ควรจะนำมาใช้ได้ ส่วนที่บ้านไม่นำมาใช้ เพราะน้ำฝนรองใหม่ๆ ดีกว่าใช้น้ำฝนในโอ่งที่ไหลจากหลังคาผ่านรางรินสังกะสีลงมาสู่โอ่ง เพราะหลังคาบ้านและรางรินมีนกเกาะกันทั้งวัน ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ควรใช้ภาชนะที่เป็นโลหะตลอดทุกขั้นตอน แต่ใช้ภาชนะที่เป็นแก้ว ชามหรือถ้วยเซรามิคแทน

  • เมื่อได้น้ำฝนแล้ว ให้รินผ่านผ้าขาวบางสักรอบหนึ่งเพื่อกรองผงหรือสิ่งปะปนออก ตวงให้ได้ปริมาณเกือบ 1 ลิตร หรือเต็มลิตร แล้วนำขึ้นตั้งไฟกลางๆ พอเดือดให้ปิดเตาทันที ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที นำสารส้มขนาดประมาณเท่า 1 องคุลีนิ้วก้อย ใส่ลงไปในน้ำ แล้วทิ้งไว้จนกว่าจะเย็นสนิท ปกติ เรามักเตรียมน้ำปรุงนี้ตอนบ่ายๆ ทิ้งไว้ทำตอนกลางคืน น้ำ 1 ลิตร น่าจะถนอมดอกจำปีในขนาดขวดละ 3 ดอก ได้ประมาณ 3-4 ขวด

  • ระหว่างที่รอเวลาเย็นๆ เพื่อเก็บดอกไม้ ก็เตรียมภาชนะที่จะใช้ถนอมจำปา เช่น ขวดแก้วพร้อมฝาปิด มาล้างให้สะอาด แล้วนึ่งฆ่าเชื้อ หรือต้มในหม้อใหญ่ๆ สักสิบนาที ปลอดเชื้อดีแล้วทิ้งให้เย็น ปิดฝาหม้อรอไว้

  • ปกติแล้วเรามักจะเก็บดอกจำปีหรือจำปาตอนเย็น เก็บดอกจำปีลงในอ่างน้ำฝน ได้มากพอแล้วก็ล้างเบาๆ มือให้สะอาด นำลงพักในอ่างน้ำฝนเย็นๆ ไว้สัก 1 ชั่วโมง ให้ดอกไม้ได้อิ่มน้ำฝนอย่างเต็มที่

  • ค่อยๆ นำดอกไม้เรียงลงในขวดแก้วที่เตรียมไว้ มีข้อสังเกตว่าเมื่อดอกไม้อยู่ในน้ำ จะลอยขึ้นด้านบน บางบ้านจึงนิยมนำดอกไม้เรียงกันลงในขวดพอเต็มขวด หรือบางบ้านจะใช้วิธีเหลาไม้ไผ่เป็นก้านบางๆ หรือใช้ทางมะพร้าวร้อยดอกไม้เข้าด้วยกันก่อน แล้วจึงใส่ลงไปในขวด ซึ่งก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เพราะดอกไม้ที่เราใช้วิธีเสียบจะเป็นรอยช้ำให้เห็น แต่ก็จะเรียงตัวสวยงาม

  • เมื่อเรียงดอกไม้ใส่ขวดเรียบร้อยแล้ว ตรวจดูน้ำปรุงให้เย็นสนิท ค่อยๆ เอียงขวดแก้ว รินน้ำลงไปในขวดเบาๆ จนเต็ม และล้นปากขวด

  • นำแผ่นพลาสติกบางๆชนิดที่ใช้หุ้มอาหาร ทาบลงไปบนปากขวดแก้ว รีดฟองอากาศที่อาจมีหลงเหลือใต้แผ่นพลาสติกออกให้หมด ปิดฝาลงไป หมุนเกลียวให้แน่น แล้วใช้กรรไกรเก็บริมแผ่นพลาสติกออกให้หมด เหน็บชายพลาสติกให้แน่นหนาเพื่อไม่ให้อากาศเข้าได้

  • คนสมัยโบราณท่านใช้เทียนไขต้มให้ละลาย แล้วใช้เทียนยาช่องว่างระหว่างปากขวด ผนึกแน่นหนา เก็บได้นานปี ..

สตรีสมัยก่อนท่านมีเวลา และช่างคิด ช่างทำ โดยมากหน้าฝนจะเก็บดอกไม้ทยอยทำใส่โหลแก้วเนื้อดีๆ นำไปตั้งบูชาเพิ่มความงดงามที่โต๊ะหมู่ห้องพระ หรือผูกตกแต่งด้วยลูกไม้ - ริบบิ้นสวยๆ นำไปมอบให้กัน ในวันดีๆ รวมทั้งใช้เป็นของชำร่วยในงานมงคลต่างๆ ในภาวะที่ทุกคนต้องอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อตนเองนี้ เราอาจจะมีเวลาเหลือบ้างกว่าปกติ การจะเอาเวลาที่มีมาใช้อย่างไร ก็เป็นวิจารณญาณของแต่ละคน ที่สำคัญที่สุด "เวลา" เป็นสิ่งที่เสียไปแล้วไม่สามารถหาคืนกลับมาได้เลย เราจะใช้เวลาของเราอย่างไร ก็ควรจะมีสติ และหมั่นพิจารณา


..

เป็นอันจบเรื่องจำปา ถนอมดีๆ อยู่ได้หลายปี สวยและทนนาน ตราบใดที่ไม่เปิดฝา และไม่มีอากาศเข้าค่ะ

#creative_cities#Cultural_heritages#Siam_wisdom

36 views0 comments